

ปี พ.ศ. 2495 มีการประชุมของบรรดาอัคราธิการิณี ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี จากการประชุมนี้ทางสมณกระทรวงเห็นว่า ในประเทศต่างๆ ควรจะมีการประชุมของบรรดาอธิการิณีเจ้าคณะในแบบเดียวกัน ดังนั้น วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2496 ฯพณฯ ยอห์น ดูลี่ (Bishop John Dooley) ผู้แทนพระสันตะปาปา ประจำประเทศอินโดจีน (Apostolic Delegate for Indochina) จึงได้มีจดหมายถึงคุณพ่อฟริเยรีโอ (Fr. Frigerio, S.D.B.) เจ้าคณะซาเลเซียนแขวงประเทศไทย ขอให้คุณพ่อกาเชตตา (Fr. Casetta, S.D.B.) ได้เป็นประธานในการจัดประชุมบรรดาผู้นำคณะนักบวชหญิงในประเทศไทย
วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2496 ฯพณฯ ยอห์น ดูลี่ ได้มีจดหมายถึงคุณพ่อกาเซตตา ขอให้ท่านเป็นประธานในการจัดประชุมผู้นำนักบวชหญิง โดยขอคุณพ่อก๊อดเบ้าท์ (Fr. Godbout, C.Ss.R.) เป็นผู้ช่วย หลังจากนั้น 5 เดือนต่อมา ท่านก็มีดหมายอีกฉบับหนึ่งถึงคุณพ่อกาเชตตาว่าท่านเห็นด้วยที่จะให้คุณพ่อยอลี (Fr. Joly, M.E.P.) เป็นผู้ช่วยคณะกรรมการอีกท่านหนึ่งในการจัดการประชุม ตามที่คุณพ่อกาเชตตาเสนอ จุดมุ่งหมายของการประชุมนี้ ตามที่ ฯพณฯ ยอห์น ดูลี่ ได้กล่าวไว้ในจดหมายที่ท่านมีถึงคุณพ่อกาเชตตา ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2496 ว่า
"...ท่านมุ่งหวังว่า การประชุมนี้ จะช่วยให้เกิดความสมัครสมานกลมเกลียวกันในหมู่นักบวชหญิง สร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน ร่วมมือ ร่วมอภิปรายและช่วยกันแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่แต่ละคณะกำลังเผชิญ ศึกษาความคิดริเริ่มต่าง ๆ ตาม ตามสถานการณ์ของประเทศเรียกร้องให้มี... นอกจากนี้พระศาสนจักรยังหวังจากการประชุมครั้งนี้ให้เป็นจุดเริ่มของการก่อตั้งชมรมอธิการิณีเจ้าคณะในประเทศอย่างเป็นทางการ..."
4 สิงหาคม พ.ศ. 2496 ได้มีการประชุมเพื่อเตรียมการประชุมใหญ่ ณ บ้านพักของ ฯพณฯ หลุยส์ โชแรง (Bisshop Louis Chorin) โดยมีผู้แทนคณะนักบวชหญิง 7 คณะ จำนวน 13 เข้าร่วมเตรียมประชุม คือ คณะอุร์สุลิน, คณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร, คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์, คณะผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์, คณะรักกางเขนแห่งจันทบุรี, คณะรักกางเขนแห่งอุบลฯ, คณะพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าแห่งกรุงเทพฯ ส่วนคณะรักกางเขนแห่งท่าแร่ไม่สามารถเข้าร่วมได้เพราะมีการอภิเษกท่านอัครสังฆราชองค์ใหม่แห่งอัครสังฆมณฑลท่าแร่
จากการประชุมเตรียมครั้งนั้น ได้มีการตกลงร่วมกันดังนี้
1. การประชุมใหญ่จะมีขึ้นวันที่ 5 - 7
เมษายน พ.ศ. 2497
2. หัวข้อการประชุม :
ชีวิตนักบวชในแง่ต่าง ๆ
3. ตั้งคณะกรรมการเตรียมกิจการในการประชุม
4. สถานที่ประชุม ณ คณะพระหฤทัยฯ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรก
5. ผู้แทนคณะที่มาประชุม 8 คณะ จำนวน 25 ท่าน
ในรายงานการประชุมของคุณพ่อกาเชตตา ต่อสมณกระทรวงนักบวช ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2497 ว่า "ในการประชุมมิได้กล่าวถึงการก่อตั้งชมรมอธิการิณีเจ้าคณะเราเห็นว่าจะเป็นการดีกว่า ที่จะคอยเพื่อจะได้เข้าใจความคิดของทางสมณกระทรวงนักบวชในเรื่องนี้ได้ดีขึ้น"...
วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2503 ท่านสมณทูตยอห์นกอร์ดอจ (Charge d' Affaires John Gordon) ได้มีหนังสือถึงอธิการิณีเจ้าคณะ โดยอ้างถึงการประชุมของสภาพระสังฆราชแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มีขึ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2502 ว่า "...คณะพระสังฆราชได้ชมเชยผลงานของนักบวชหญิง และได้เห็นว่า งานแพร่ธรรมของนักบวชหญิงก้าวหน้ามาก ถ้าหากได้การพบกันเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ำเสมอ..." ด้วยเหตุนี้ ฯพณฯ ยอห์น กอร์ดอน ได้ขอให้รื้อฟื้นชมรมอธิการิณีเจ้าคณะ ซึ่ง ฯพณฯ ยอห์น ดูลี ได้เขียนไว้ในปี พ.ศ. 2496 ดังนั้นทางสภาพระสังฆราชได้แต่งตั้งคุณพ่อยอลี ให้เป็นผู้รื้อฟื้นชมรมอธิการิณีเจ้าคณะ
วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2503 คุณพ่อยอลี ได้พบกับอธิการิณีเจ้าคณะต่าง ๆ ที่มีบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ เช่น คุณแม่แบร์นาแด็ต คณะพระหฤทัยฯ, คุณแม่มารี โจเซฟ คณะอุร์สุลิน, คุณแม่อันนา เดอ เยซู คณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร และภคินีเซนต์เมรี่ คณะพระกุมารเยซู เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการถาวรสำหรับการประชุมของบรรดาอธิการิณี โดยตกลงกันว่าทุกคนที่กล่าวข้างต้นจะเป็นกรรมการถาวรของชมรม คณะกรรมการกลุ่มนี้จะเป็นผู้จัดการประชุมของบรรดาอธิการิณี ในวันที่ 24-26 สิงหาคม พ.ศ. 2503 ที่คณะพระหฤทัยฯ กรุงเทพฯ โดยมี ฯพณฯ ยอห์น กอร์ดอน เป็นประธานของการประชุม มีอธิการิณีเจ้าคณะและภคินีคณะละ 2-4 ท่าน จำนวน 10 คณะ รวม 34 ท่าน เข้าร่วมประชุม โดยพร้อมเพรียงกัน

วันที่ 3 ของการประชุม (26 สิงหาคม พ.ศ. 2503) ฯพณฯ ยอห์น กอร์ดอน ได้แสดงความปรารถนาที่จะตั้งชมรมนักบวชหญิงที่ทำงานในประเทศไทยขึ้นเป็นชมรมถาวร ชมรมนี้ควรมี :
|
|
การประชุมใหญ่ประจำปี |
|
|
มีกรรมการบริหาร |
|
|
มีเลขาธิการ |
|
|
มีกรรมการฝ่ายต่าง ๆ |
สมาชิกของที่ประชุมได้ตกลงตามนี้ทั้งหมด และได้เลือกตั้งสมาชิกกรรมการบริหาร มีคุณแม่มารี บุญประพันธ์คณะอุร์สุลิน, คุณแม่อันนา เดอ เยซู คณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร, คุณแม่เทเรเซีย คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์, คุณแม่แบร์นาแด็ต คณะพระหฤทัยฯ, ภคินีเซนต์เมรี คณะพระกุมารเยซู และช่วงสุดท้ายของการประชุม ได้มีการร่างธรรมนูญของชมรม โดยยึดแบบธรรมนูญของประเทศฟิลิปปินส์
ตามหนังสือลงวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2503 สมณกระทรวงนักบวชได้รับรองธรรมนูญของชมรม และคณะกรรมการบริหารอย่างเป็นทางการ เราจึงถือวันนี้เป็น วันก่อตั้งชมรมอย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันใช้ชื่อองค์กรนี้ว่า "ชมรมอธิการิณีเจ้าคณะแห่งประเทศไทยและลาว"
วัตถุประสงค์ของชมรมฯ คือ
1.
เพื่อเสริมสร้างความก้าวหน้าด้านชีวิตนักบวช
2. เพื่อส่งเสริมงานแพร่ธรรมของคณะต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกันฉันพี่น้อง ระหว่างคณะนักบวช สภาพระสังฆราชฯ
สภาสงฆ์ และบรรดาองค์กรคาทอลิก
4. เพื่อให้ชมรมฯ เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการในเรื่องที่เกี่ยวกับพระศาสนจักร